ดวงประทีปแห่งความรุ่งโรจน์ของมูลนิธิฯ ตามลำดับแห่งกาลเวลา
 

พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าวิมลฉัตร     
ประธานกรรมการอำนวยการ ( พ.ศ. 2541 - 2552)
ประธานกรรมการดำเนินงาน    ( พ.ศ. 2541 - 2552)

 

         
พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าวิมลฉัตร ทรงเป็นพระธิดาในพระเจ้าบรมวงศ์เธอพระองค์เจ้า
บุรฉัตร ไชยากร กรมพระกำแพงเพ็ชรอัครโยธิน และพระเจ้าวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าประภาวสิทธนฤมล
(พระธิดาในสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ ชั้น ๔ เจ้าฟ้ากรมพระจักรพรรดิพงศ์) ประสูติ เมื่อวันจันทร์ที่
๒๗ มิถุนายน พ.ศ. ๒๔๖๔ ทรงมีเจ้าพี่ เจ้าน้อง ร่วมพระบิดาเดียวกัน คือ

๑) พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้ามยุรฉัตร - สิ้นพระชนม์

๒) พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าหญิง - ยังไม่มีพระนาม
สิ้นพระชนม์แต่ยังทรงพระเยาว์

๓) พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าเปรมบุรฉัตร - สิ้นพระชนม์

๔) ท่านผู้หญิง ฉัตรสุดา วงศ์ทองศรี - สิ้นชีพิตักษัย

๕) พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าวิมลฉัตร

๖) หม่อมเจ้า กาญจนฉัตร ศุขสวัสดิ์ - สิ้นชีพิตักษัย

๗) หม่อมเจ้า ภัทรลดา ดิศกุล - สิ้นชีพิตักษัย

๘) หม่อมเจ้า สุรฉัตร ฉัตรชัย - สิ้นชีพิตักษัย

๙) หม่อมเจ้า เฟื่องฉัตร ดิศกุล - สิ้นชีพิตักษัย

๑๐) ท่านหญิง หิรัญฉัตร เอ็ดเวิร์ด - สิ้นชีพิตักษัย

๑๑) หม่อมเจ้า ทิพยฉัตร ฉัตรชัย - สิ้นชีพิตักษัย

๑๒) หม่อมเจ้า พิบูลฉัตร ฉัตรชัย – สิ้นชีพิตักษัย

พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าวิมลฉัตร ทรงเสกสมรสกับนาวาโท หม่อมเจ้าอุทัยเฉลิมลาภ วุฒิชัย ร.น. พระโอรสในพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงสิงหวิกรมเกรียงไกรและหม่อมเจ้า พร้อมเพราพรรณ (ดิศกุล) วุฒิชัย ทรงมีโอรส-ธิดา ๒ คน คือ หม่อมราชวงศ์ เฉลิมฉัตร วุฒิชัย สมรสกับ นางเอมอร บุษบงก์ หม่อมราชวงศ์ พร้อมฉัตร วุฒิชัย สมรสกับ ศ.ดร.หม่อมราชวงศ์ ชิษณุสรร สวัสดิวัตน์ ทรงมีนัดดา ๔ คน คือ
หม่อมหลวง อภิชิต วุฒิชัย
หม่อมหลวง อาทิตรา วุฒิชัย (ถึงแก่กรรม)
หม่อมหลวง ศศิภา สวัสดิวัตน์ โลว์
หม่อมหลวง จันทราภา สวัสดิวัตน์

ทรงมีปนัดดา ๓ คน คือ
เด็กชาย อภิวุฒิ วุฒิชัย ณ อยุธยา
เด็กหญิง วุฒิธิดา วุฒิชัย ณ อยุธยา
เด็กชาย เมธัส สวัสดิวัตน์ โลว์

การศึกษา
โรงเรียนคอนแวนต์ ณ ประเทศสิงคโปร์ และโรงเรียนราชินี

การทรงงาน
พ.ศ. ๒๔๙๐-๒๔๙๑ ครูสอนภาษาอังกฤษ โรงเรียนมาแตร์เดอี
พ.ศ. ๒๔๙๖-๒๕๐๐ ผู้ตรวจพิสูจน์อักษร หนังสือพิมพ์แสตนดาร์ด
พ.ศ. ๒๔๙๘-๒๕๐๑ ผู้อ่านข่าวภาคภาษาอังกฤษ กรมประชาสัมพันธ์ กรุงเทพฯ ครั้งที่ ๑
พ.ศ. ๒๕๐๑-๒๕๐๒ โฆษกแผนกภาษาไทย สถานีวิทยุ บี บี ซี กรุงลอนดอน ครั้งที่ ๑
พ.ศ. ๒๕๐๓-๒๕๐๔ เจ้าหน้าที่อ่านข่าวภาคภาษาอังกฤษ กรมประชาสัมพันธ์ กรุงเทพฯ ครั้งที่ ๒
พ.ศ. ๒๕๐๔-๒๕๑๐ โฆษกแผนกภาษาไทย สถานีวิทยุ บี บี ซี กรุงลอนดอน ครั้งที่ ๒
พ.ศ. ๒๕๑๑-๒๕๑๒ สำนักงานแถลงข่าวอังกฤษ สถานเอกอัครราชทูตอังกฤษ ประจำประเทศไทย
พ.ศ. ๒๕๑๓-๒๕๒๕ รองกงสุลแผนกวีซ่า สถานเอกอัครราชทูตอังกฤษ ประจำประเทศไทย
พ.ศ. ๒๕๒๖-๒๕๒๗ อาจารย์สอนภาษาอังกฤษ คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
พ.ศ. ๒๕๒๘-๒๕๓๐ อาจารย์พิเศษสอนภาษาอังกฤษ สำหรับนักเรียนที่เตรียมศึกษาต่อต่างประเทศ

พระจริยวัตรด้านการพัฒนาสังคม
หลังจากเกษียณอายุการทำงานจากสถานทูตอังกฤษแล้ว พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าวิมลฉัตร ทรงได้รับเชิญให้เป็นองค์ประธานคณะกรรมการดำเนินงานซีไรท์อวอร์ดแทน หม่อมงามจิตต์ บุรฉัตร ซึ่งถึงแก่อนิจกรรม ต่อจากนั้นทรงพระเมตตาช่วยเหลืองานสาธารณกุศล และงาน สาธารณประโยชน์นานาประการตลอดมา ตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๒๖ พระองค์หญิงประทานพระเมตตา และทรงเป็นพระธุระในการดำเนินงานต่างๆ ด้วย พระองค์เอง โดยจะทรงศึกษา และเอาพระทัยใส่ ทุกอย่างล่วงหน้า อีกทั้งประทานคำแนะนำ และประทานความช่วยเหลือแก่องค์การต่างๆ อย่าง สม่ำเสมอ เพื่อให้งานบรรลุผลสำเร็จทุกประการ นอกจากนี้ พระองค์หญิงทรงมีพระจริยวัตรที่งดงาม ทรงสุภาพ อ่อนโยน มีพระเมตตา ให้ เกียรติยกย่อง และทรงเป็นกันเองกับคนทุกเพศ ทุกวัย และทุกวงการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งทรง เป็น ขวัญและกำลังใจแก่คณะกรรมการต่างๆ ในการแก้ไขปัญหานานาประการ ให้ลุล่วงด้วยดี แม้ว่าบางครั้ง พระพลานามัยจะไม่สมบูรณ์ แต่ก็ทรงตั้งพระทัยปฏิบัติงานด้วยพระวิริยะอุตสาหะ เพื่อประโยชน์ สุขแก่ผู้ด้อยโอกาสอย่างแท้จริง ก่อนสิ้นพระชนม์ ทรงเป็นประธานขององค์การ และกรรมการที่ปรึกษามูลนิธิฯ ต่างๆ ซึ่งล้วน ดำเนินงาน เพื่อประโยชน์ส่วนรวมและการพัฒนาสังคมในด้านต่างๆ ทั้งสิ้น ดังนี้

ก่อนสิ้นพระชนม์
๑) ประธานมูลนิธิร่วมจิตต์น้อมเกล้าฯ เพื่อเยาวชน ในพระบรมราชินูปถัมภ์

๒) ประธานมูลนิธิช่วยนักเรียนที่ขาดแคลน ในพระบรมราชินูปถัมภ์

๓) ประธานกิตติมศักดิ์มูลนิธิอนุสรณ์หม่อมงามจิตต์ บุรฉัตร

๔) ประธานที่ปรึกษามูลนิธิศูนย์กลางประสานงานพัฒนาชนบท

อดีต
๑) ประธานมูลนิธิสวนหลวง ร. ๙

๒) ประธานกรรมการจัดทุน สมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ

๓) ประธานกิตติมศักดิ์มูลนิธิพระราชนิเวศน์มฤคทายวัน

๔) ประธานซีไรท์อวอร์ด

๕) ประธานมูลนิธิคึกฤทธิ์ ๘๐ ในพระราชูปถัมภ์

๖) ประธานที่ปรึกษาเพชรภาษา

๗) ทรงอุปถัมภ์ชมรมหัวใจไร้สาร และสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.)

พระเกียรติคุณ
) เครื่องราชอิสริยาภรณ์
พ.ศ. ๒๕๒๗ ทุติยจุลจอมเกล้า
พ.ศ. ๒๕๓๐ ทุติยจุลจอมเกล้าวิเศษ
พ.ศ. ๒๕๓๕ ประถมาภรณ์ช้างเผือก
พ.ศ. ๒๕๓๘ เหรียญรัตนาภรณ์ ชั้น ๒
พ.ศ. ๒๕๓๙ มหาวชิรมงกุฎ

) ปริญญากิตติมศักดิ์
พ.ศ. ๒๕๓๖ ปริญญากิตติมศักดิ์ สาขาศิลปกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีราชมงคล
พ.ศ. ๒๕๔๐ ปริญญาศิลปศาสตร์ดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ มหาวิทยาลัยสยาม
พ.ศ. ๒๕๔๒ ปริญญาศิลปศาสตร์ดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สถาบันราชภัฏสวนสุนันทา

) โล่รางวัล “มหิดลวรานุสรณ์” พ.ศ. ๒๕๔๑

งานอดิเรก
ทรงหนังสือทุกประเภท โดยเฉพาะหนังสือธรรมะและประวัติศาสตร์
งานฝีมือ เช่น ปัก tapestry ถักโครเชต์ ถักนิตติ้ง
๖ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๒

ดุจฉัตรแก้ว คุ้มเกล้าในดวงใจ

พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าวิมลฉัตร ทรงได้รับมอบหมายจาก หม่อมงามจิตต์ บุรฉัตรให้เป็นผู้จัดการมรดก ร่วมกับ นางจริตราบ สารสาส น้องสาวของหม่อมงามจิตต์ฯ เพื่อจัดสรรทรัพย์สินต่างๆ ให้เป็นไปตามความประสงค์ของหม่อมงามจิตต์ฯ ตามที่ระบุไว้ในพินัยกรรม โดยเฉพาะการมอบเงินมรดกให้แก่มูลนิธิร่วมจิตต์น้อมเกล้าฯ และมูลนิธิศูนย์กลางประสานงาน พัฒนาชนบท แห่งละ ๑ ล้านบาท ซึ่งเป็น ๒ มูลนิธิฯ สุดท้ายที่หม่อมงามจิตต์ฯ ริเริ่มก่อตั้ง รวมทั้งเงินที่หม่อมงามจิตต์ฯ ระบุให้มอบแก่องค์การ สาธารณกุศลอื่นๆ ที่หม่อมงามจิตต์ฯ เป็นประธานก่อตั้งด้วย ซึ่งได้ทรงเป็นพระธุระจัดการ ทุกอย่างอย่างเรียบร้อยรวมทั้งงานอื่นๆ ของหม่อมงามจิตต์ฯ ที่เกี่ยวเนื่องกับสาธารณกุศลสาธารณประโยชน์ ก็ทรงมีพระเมตตาทรงเป็นพระธุระอย่างดียิ่งตลอดเวลานอกจากนี้ ทรงมีพระจริยวัตรที่งดงาม ทรงสุภาพ อ่อนโยนมีพระเมตตา ให้เกียรติยกย่อง และทรงเป็นกันเองกับคนทุกเพศ ทุกวัย และทุกวงการโดยเฉพาะอย่างยิ่งทรงเป็นขวัญและกำลังใจแก่คณะกรรมการต่างๆ ในการทรงงานอย่างใกล้ชิดได้ประทานเวลาเพื่องานของมูลนิธิฯ อย่างเต็มที่และรวดเร็ว โดยไม่มีพิธีรีตองแต่ประการใดอีกทั้งทรงมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาต่างๆ ให้ลุล่วงด้วยดี แม้ว่าบางครั้งพระพลานามัยจะไม่สมบูรณ์ แต่ก็ทรงตั้งพระทัยปฏิบัติงานด้วยพระวิริยะอุตสาหะเพื่อประโยชน์สุขแก่ผู้ด้อยโอกาสอย่างแท้จริง ทรงเป็นที่เคารพรักเทิดทูนและภาคภูมิใจของทุกคนที่ได้รู้จักพระองค์ท่านเนื่องด้วยพระองค์ท่านทรงเปี่ยมไปด้วยพระเมตตาจิต รวมทั้งทรงเอื้ออาทรกับบุคคลทุกคนพระพักตร์ที่ทรงแย้มสรวลอยู่เป็นนิจ รับสั่งที่ไพเราะ อ่อนหวาน ด้วยความจริงใจกับทุกๆ คน กับทั้งทรงมีพระ อารมณ์แจ่มใสตลอดเวลา เป็นภาพที่ติดตาของทุกคนที่เคยได้มีโอกาสเข้าเฝ้า และหรือถวายงานรับใช้พระองค์ท่าน ในระหว่างบั้นปลายแห่งพระชนม์ชีพ ด้วยพระพลานามัยไม่สมบูรณ์เช่นเดิม ได้ทรงงานสาธารณกุศลลดลง คงเหลือเฉพาะบางแห่งเท่านั้น อาทิ ยังทรงพระกรุณารับเป็นองค์ประธานมูลนิธิร่วมจิตต์น้อมเกล้าฯ เพื่อเยาวชน ในพระบรมราชินูปถัมภ์ และองค์ประธานกิตติมศักดิ์มูลนิธิอนุสรณ์หม่อมงามจิตต์ บุรฉัตร

การทรงงาน

๑) มูลนิธิร่วมจิตต์น้อมเกล้าฯ เพื่อเยาวชน ในพระบรมราชินูปถัมภ์ พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าวิมลฉัตร ทรงพระกรุณาสนับสนุนการดำเนินงานของมูลนิธิร่วมจิตต์น้อมเกล้าฯ มานานกว่า ๒๐ ปี นับตั้งแต่ ปี พ.ศ. ๒๕๒๗ ที่ทรงเป็นพระธุระประทานเงินมรดก ๑ ล้านบาท ของหม่อมงามจิตต์ฯ ให้แก่มูลนิธิฯ และเมื่อพระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าสุทธสิริโสภา ทรงเป็นองค์ประธานมูลนิธิร่วมจิตต์น้อมเกล้าฯ สืบแทนหม่อมงามจิตต์ฯ พระองค์หญิงวิมลฉัตร ทรงรับเชิญจากพระองค์หญิงสุทธสิริโสภา เข้าร่วมกิจกรรมต่างๆ ของมูลนิธิฯ ตลอดเวลา อาทิ กิจกรรมหาทุน และกิจกรรมเยี่ยมเยาวชนผู้รับทุนในต่างจังหวัดของมูลนิธิฯ ทำให้คณะกรรมการมูลนิธิฯ ได้มีโอกาสชื่นชมพระบารมีเจ้านายที่ทรงมีพระเมตตาสูงทั้ง ๒ พระองค์ พร้อมกันในคราวเดียวกัน ทั้ง ๒ พระองค์ ทรงเปรียบเสมือนคู่แฝด ทั้งนี้นอกจากจะทรงมีพระประสูติกาลในปีเดียวกันแล้ว ยังทรงผูกพันใกล้ชิดกันมากเปรียบประดุจเจ้าพี่เจ้าน้องในพระครรภ์เดียวกัน ทั้ง ๒ พระองค์ทรงมีพระจริยวัตรที่งดงาม ประทับใจแก่คนทุกหมู่เหล่า ด้วยความที่ไม่ทรงถือพระองค์ แม้ว่าจะทรงพระยศสูงยิ่ง แต่ได้ประทานไมตรีจิต ด้วยน้ำพระทัยที่เปี่ยมด้วยพระเมตตา และทรงจริงใจแก่ทุกๆ คนจริงๆ รวมทั้งเจ้าหน้าที่ ที่ถวายงานทุกระดับชั้น แม้บางคราวพระองค์หญิงสุทธสิริโสภา เสด็จต่างประเทศ พระองค์หญิงวิมลฉัตร จะทรงพระกรุณาเสด็จแทนพระองค์ เป็นประธานในงานมูลนิธิฯ หรือแม้ว่าบางคราวทรงพระประชวร พระกรหักยังทรงพระเมตตา เสด็จไปทรงเป็นประธานในงาน โดยทรงมีผ้าสีขาวพันพระกรมาด้วย นับเป็นแบบอย่างแก่คนทุกหมู่เหล่าว่าแม้จะทรงเป็นเจ้านายชั้นสูง ก็ทรงนึกถึงผู้อื่นตลอดเวลาโดยไม่นึกถึงความลำบากของพระองค์เอง
หลังจากพระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าสุทธสิริโสภา สิ้นพระชนม์ คณะกรรมการมูลนิธิฯ จึงมีมติให้กราบทูลเชิญพระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าวิมลฉัตร ทรงเป็นองค์ประธานแทนเมื่อ ปี พ.ศ. ๒๕๔๑ จนตลอดพระชนม์ชีพ ในบางคราวแม้ว่าจะทรงพระประชวรไม่สามารถเสด็จไปทรงร่วมกิจกรรม หรือทรงร่วมประชุมคณะกรรมการฯ ได้ก็ตาม ก็ทรงมีพระเมตตาทรงงานของ มูลนิธิฯ ที่นำไปถวาย ณ พระตำหนักที่ประทับ โดยประทานคำแนะนำด้วยเช่นเดิมและใน ๔ - ๕ ปีท้ายๆ แห่งพระชนม์ชีพ แม้ว่าจะไม่สามารถเสด็จไปทรงงานที่ใดๆ ได้ ก็ทรงพระเมตตาสนับสนุนการดำเนินงานของมูลนิธิฯ อย่างต่อเนื่องจนวาระสุดท้าย แห่งพระชนม์ชีพการทรงงานกว่า ๑๑ ปี เป็นที่ประจักษ์และซาบซึ้งประทับใจยิ่งนักแก่คณะกรรมการ ทั้งในส่วนกลาง และจังหวัดต่างๆ รวมทั้งผู้ร่วมงาน และเยาวชนผู้รับทุนทั้งหลายว่าทรงมีพระจริยวัตรที่งดงาม ทรงสุภาพ อ่อนโยน มีพระเมตตาให้เกียรติยกย่อง และทรงเป็นกันเองกับคนทุกเพศ ทุกวัย และทุกวงการ นอกจากนี้ปัจจัยสำคัญอีกประการหนึ่ง ที่ชักนำให้เกิดศรัทธา และไว้วางใจในการปฏิบัติงานของมูลนิธิฯ ก็คือความเข้าใจอันดีระหว่างผู้ปฏิบัติงานแต่ละขั้นตอน ทั้งในส่วนกลาง และส่วนภูมิภาคแต่ละจังหวัดมีคณะกรรมการทุนการศึกษาประจำจังหวัด ซึ่งมีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธาน และคณะกรรมการอุปการะเยาวชนประจำจังหวัด ซึ่งมีภริยาผู้ว่าราชการจังหวัด เป็นประธาน ความร่วมมือระหว่างผู้ร่วม งานดังกล่าว จำเป็นต้องสร้างความเข้าใจอันดีต่อกัน ให้เกิดการประสานงานอย่างราบรื่นนั้นจะอาศัยแต่เพียงการสื่อสารด้วยตัวอักษรย่อมเกิดปัญหา และอุปสรรคบ้างเป็นธรรมดาดังนั้นเพื่อขจัดความไม่เข้าใจบางประการ องค์ประธานฯ จึงได้ทรงดำเนินงานต่อเนื่องจากประธานองค์ก่อน โดยทรงเห็นชอบให้มีการประชุมคณะกรรมการมูลนิธิฯ ร่วมกันทั้งคณะกรรมการในจังหวัดต่างๆ และคณะกรรมการจากกรุงเทพฯ โดยเสด็จเป็นองค์ประธานฯ กำหนดการประชุมในแต่ละจังหวัด ตามความเหมาะสมกับระยะเวลาที่สะดวกแก่สภาพของท้องถิ่น ดังนี้

ครั้งที่ ๑ ๒๗-๒๘ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๔๑ ๙ จังหวัดภาคกลาง ณ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

ครั้งที่ ๒ ๑๗-๑๙ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๔๒ ๙ จังหวัดภาคใต้ตอนล่าง ณ จังหวัดสงขลา

ครั้งที่ ๓ ๒๐-๒๒ มกราคม พ.ศ. ๒๕๔๓ ๑๖ จังหวัดภาคเหนือ ณ จังหวัดเชียงราย

ครั้งที่ ๔ ๕ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๔๓ ๒๕ จังหวัดภาคตะวันออกและภาคกลาง ณ จังหวัดชลบุรี

ครั้งที่ ๕ ๒๙ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๔๔ ๗๕ จังหวัด ณ กรุงเทพ

ครั้งที่ ๖ ๑๑ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๔๖ ๗๕ จังหวัด ณ กรุงเทพ

นอกจากนี้ได้เสด็จไปประชุมกับคณะกรรมการอุปการะเยาวชนประจำจังหวัดสุพรรณบุรี และเยี่ยมเยาวชนผู้รับทุนทุกคนในจังหวัดตามคำกราบทูลเชิญของผู้ว่าราชการจังหวัด เมื่อวันที่ ๒๒ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๔๑ การเสด็จประชุมในต่างจังหวัด นอกจากจะเกิดประโยชน์ด้านการสร้างความเข้าใจอันดีต่อกัน ยังเป็นการนัดหมายการปฏิบัติงานที่ต่อเนื่อง มีการประสานงานอย่างราบรื่น ได้ผลดีอีกทั้งยังได้ทรงเยี่ยมเยียนกรรมการผู้ร่วมงานในจังหวัดต่างๆ โดยเฉพาะผู้ว่าราชการจังหวัด และภริยาผู้ว่าราชการจังหวัด รวมทั้งเยาวชนได้มารับของขวัญ และเงินด้วย บางจังหวัดที่อยู่ใกล้เคียง นัดหมายมาประชุมพร้อมกันในจังหวัดที่เป็นศูนย์กลาง เพื่อช่วยให้ทรงเหน็ดเหนื่อยในการ
เดินทางน้อยลง การเสด็จยังต่างจังหวัด เพื่อทรงเยี่ยมเยียน และทรงประชุมร่วมกับคณะกรรมการใน แต่ละจังหวัดเช่นนี้ ช่วยให้การดำเนินงานของมูลนิธิฯ ราบรื่น ปราศจากปัญหาหรือข้อข้องใจใดๆ โดยสิ้นเชิงและเป็นที่ชื่นชมยินดีแก่ทางจังหวัดอย่างเห็นได้ชัดในปี พ.ศ. ๒๕๔๕ ซึ่งเป็นปีสำคัญที่มูลนิธิฯ ก่อตั้งมาครบ ๒๐ ปี สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ องค์ประธานก่อตั้งมูลนิธิฯ ทรงพระกรุณาเสด็จฯ ไป
ทรงเป็นประธานในงานเลี้ยงขอบคุณผู้มีอุปการคุณต่อมูลนิธิฯ ที่มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ วิทยาเขตสุวรรณภูมิ (บางนา) ตามคำกราบทูลเชิญของพระองค์หญิงฯ แต่เป็นที่น่าเสียดายยิ่งนักที่ในวันนั้น ทรงพระประชวรไม่สามารถเสด็จไปเข้าเฝ้าเสด็จสมเด็จกรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ฯ ในวันงานได้
ต่อมาในปีเดียวกัน สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนากรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ รับคำกราบทูลเชิญเป็นองค์ประธานกิตติมศักดิ์ของมูลนิธิฯ ตามคำกราบทูลเชิญ โดยทรงนำคณะกรรมการมูลนิธิฯ เข้าเฝ้าฯ ถวายบังคมสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ณ พระตำหนักวิลล่าวัฒนา ถนนสุขุมวิท เพื่อน้อมเกล้าน้อมกระหม่อม ถวายความจงรักภักดีและ สำนึกในพระกรุณาธิคุณที่ทรงรับเป็นองค์ประธานกิตติมศักดิ์ของมูลนิธิฯ และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ร่วมในการฉายพระรูปหมู่ด้วย พระวิจารณญาณอันกว้างไกลในครั้งนั้น ส่งผลให้มูลนิธิฯ ได้รับพระเมตตาจากสมเด็จกรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ อย่างล้นพ้นหาที่สุดมิได้ตลอดมาดลบันดาลให้ การดำเนินงานของมูลนิธิฯ มั่นคงคณะกรรมการมีขวัญ และกำลังใจมากยิ่งขึ้น อีกทั้งได้รับความศรัทธาจากประชาชนทั่วประเทศ และได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานต่างๆ มากยิ่งขึ้นเป็นลำดับตราบจนเท่าทุกวันนี้

๒) มูลนิธิอนุสรณ์หม่อมงามจิตต์ บุรฉัตร
หลังจากหม่อมงามจิตต์ บุรฉัตร ถึงแก่อนิจกรรม คณะบุคคลกลุ่มหนึ่งจากองค์การสาธารณกุศลต่างๆ ที่หม่อมงามจิตต์ฯ ริเริ่มก่อตั้ง ได้จัดงานรำลึกถึงหม่อมงามจิตต์ฯ เมื่อปี พ.ศ.๒๕๒๗ โดยกราบทูลเชิญ พระองค์หญิงสุทธสิริโสภา ในฐานะที่ทรงดำรงตำแหน่งองค์ประธานมูลนิธิร่วมจิตต์น้อมเกล้าฯ เป็นองค์ประธานจัดงาน และพระองค์หญิงวิมลฉัตร ทรงเป็นองค์ประธานที่ปรึกษา นับแต่นั้นมา พระองค์หญิงวิมลฉัตร ได้เสด็จไปงานรำลึกถึงหม่อมงามจิตต์ฯ ทุกปี ทั้งๆ ที่ในวันที่ ๑๘ ตุลาคม เป็นวันสิ้นชีพิตักษัยของพระสวามี วันสำคัญของครอบครัว ซึ่งจัดงานบำเพ็ญกุศลถวายทุกปีเช่นกัน แต่ด้วยน้ำพระทัยอันหาที่เปรียบมิได้ ทรงดำเนินรอยตามพระบรมราโชวาท โดยทรงคิดถึงงานเพื่อประโยชน์ส่วนรวม มากกว่างานส่วนพระองค์ จึงเสด็จเคียงคู่พระองค์หญิงสุทธสิริโสภาไปในงาน “วันหม่อมงามจิตต์ บุรฉัตร” บางปีที่พระองค์หญิงสุทธสิริโสภา เสด็จต่างประเทศ พระองค์หญิงวิมลฉัตร ทรงพระกรุณาเสด็จองค์เดียว และเมื่อพระองค์หญิงสุทธสิริโสภาสิ้นพระชนม์ พระองค์หญิงวิมลฉัตร ได้เสด็จทรงเป็นประธานในงานฯ ทุกปี โดยทรงรับเชิญเป็นประธานกิตติมศักดิ์ของมูลนิธิอนุสรณ์หม่อมงามจิตต์ บุรฉัตร ด้วย
ต่อมาในปี พ.ศ. ๒๕๔๕ ทรงพระประชวร แต่ด้วยทรงเล็งเห็นถึงความสำคัญของการจัดงาน “วันหม่อมงามจิตต์ บุรฉัตร” ซึ่งจัดขึ้นเพื่อยกย่องเชิดชูเกียรติคุณบุคคลดีเด่น ทั่วประเทศที่บำเพ็ญคุณความดีต่อสังคมและประเทศชาติ ได้ทรงพระเมตตามีหนังสือกราบทูลเชิญพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ เสด็จทรงเป็นประธานในงานด้วยน้ำพระทัยที่งดงามของ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ ซึ่งทรงรักและผูกพันกับพระองค์หญิงวิมลฉัตร (ท่านยาย) มาก จึงทรงพระกรุณาเสด็จทรงเป็นประธานในงานวันหม่อมงามจิตต์ บุรฉัตร และต่อเนื่องทุกปีตราบจนทุกวันนี้คณะกรรมการ มูลนิธิร่วมจิตต์น้อมเกล้าฯ เพื่อเยาวชนฯ ต่างสำนึกในพระเมตตาคุณพระกรุณาธิคุณเป็นยิ่งนัก น้ำพระทัยอันประเสริฐ เปรียบเสมือนน้ำทิพย์ชโลมใจ ซึ่งคณะกรรมการมูลนิธิฯ ผู้ร่วมงาน และเยาวชนทั้งมวลจักจดจำรำลึกไว้ ในดวงจิตตลอดไปด้วยอานุภาพแห่งบุญญาธิการบารมี และคุณงามความดีที่ทรงบำเพ็ญคุณประโยชน์มหาศาลแก่เยาวชน เพื่อสังคมและประเทศชาติ จงเป็นยานวิเศษนำเสด็จพระองค์หญิงวิมลฉัตร สู่ทิพยวิมานในสรวงสวรรค์ตราบกาลนิรันดร
สุดท้ายนี้ ขออนุญาตถ่ายทอดความในใจของบรรดาคณะกรรมการมูลนิธิร่วมจิตต์น้อมเกล้าฯ เพื่อเยาวชนฯ ผู้ได้ร่วมงานใกล้ชิด ซึ่งล้วนมีความอาลัยรักพระองค์ผู้ทรงเปรียบประดุจฉัตรแก้วคุ้มเกล้าในดวงใจไว้ ณ โอกาสนี้ด้วย

             พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าวิมลฉัตร                             เสด็จนิวัตน์ภัทรยานสู่สรวงสวรรค์
  สุดแสนเศร้าเหงาใจไม่เว้นวัน                                                นิจนิรันดร์สถิตในดวงใจเรา
             น้ำพระทัยเปี่ยมเมตตามหากุศล                                   มิ่งมงคลแด่เยาวชนพ้นอับเฉา
  ทรงห่วงใยให้ช่วยเหลือเพื่อบรรเทา                                         ทุกข์ยากเพลาเบาบางลงได้โดยพลัน
              ใช่แต่เพียงพัฒนาด้านการศึกษา                                 ทรงนำพาเน้นหนักไม่เหหัน
  ให้มุ่งมั่นด้านคุณธรรมโดยทั่วกัน                                             ข้อสำคัญคือ ความรู้คู่คุณธรรม
              ทรงดำรงเป็นหลักชัยให้กรรมการ                                ดำเนินงานผ่านไปหลายฉนำ
  มูลนิธิร่วมจิตต์น้อมเกล้าฯ เฝ้าจดจำ                                        ทุกถ้อยคำให้สืบสานทันท่วงที
             พระองค์ผู้ทรงพระคุณล้ำเลิศ                                       สุดประเสริฐพระจริยวัตรประภัสศรี
  เกิดชาติใดขออยู่ใต้พระบารมี                                                  จิตภักดีสนองคุณมั่นนิรันดร

คณะกรรมการและเจ้าหน้าที่
มูลนิธิร่วมจิตต์น้อมเกล้าฯ เพื่อเยาวชน ในพระบรมราชินูปถัมภ์
มูลนิธิอนุสรณ์หม่อมงามจิตต์ บุรฉัตร
วันที่ ๑๕ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๕๓

ไว้อาลัย
องค์ประธานมูลนิธิร่วมจิตต์น้อมเกล้าฯ เพื่อเยาวชนฯ
มูลนิธิร่วมจิตต์น้อมเกล้าฯ เพื่อเยาวชน ในพระบรมราชินูปถัมภ์ ได้ก่อตั้งด้วยความริเริ่มของหม่อมงามจิตต์ บุรฉัตร ในโอกาสการฉลองการครบรอบ ๒๐๐ ปี ของกรุงรัตนโกสินทร์ ใน พ.ศ. ๒๕๒๕วัตถุประสงค์ของมูลนิธิฯ ปรากฏตามชื่อของมูลนิธิ คือ (๑) เป็นการร่วมใจระหว่างองค์การต่างๆ (๒) เป็นการถวายราชสักการะแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในวโรกาสการฉลองครบรอบ ๒๐๐ ปี ของการสถาปนากรุงรัตนโกสินทร์ และ (๓) เพื่อส่งเสริมสนับสนุนเยาวชนซึ่งเป็นทรัพยากรที่สำคัญและอนาคตของชาติ โดยเฉพาะเยาวชนที่ยากจน ขาดแคลน ด้อยโอกาส ให้มีการศึกษาเล่า เรียนเพื่อเป็นสมาชิกที่ดีของสังคม และเป็นพลเมืองดีของชาติหม่อมงามจิตต์ บุรฉัตร ได้เชิญ ดร.ก่อ สวัสดิพาณิชย์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการเป็นประธานกรรมการอำนวยการคนแรกของมูลนิธิฯ เนื่องจาก ดร.ก่อ สวัสดิพาณิชย์ เป็นนักการศึกษาและนักบริหารที่มีความรู้ ความสามารถ เป็นที่ยอมรับนับถือในวงการต่างๆ จึงได้วางรากฐานที่มั่นคงให้แก่มูลนิธิฯ พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าสุทธสิริโสภา องค์ประธานมูลนิธิต่อจาก ดร.ก่อ สวัสดิพาณิชย์ ได้ทรงบริหารงานของมูลนิธิฯ ให้เจริญรุ่งเรืองก้าวหน้ามาด้วยน้ำพระทัยที่ เปี่ยมด้วยความเมตตากรุณาต่อเยาวชนของชาติ พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าวิมลฉัตร ประธานองค์ที่ ๓ และองค์ปัจจุบัน ได้สืบทอดเจตนารมณ์ของหม่อมงามจิตต์ บุรฉัตร ด้วยการบริหารงานของมูลนิธิฯ ด้วยความเสียสละ ด้วยพระปรีชาสามารถด้วยวิสัยทัศน์ที่กว้างและไกล เกี่ยวกับการศึกษาและเยาวชนของชาติทำให้งานของมูลนิธิฯ มีความเจริญก้าวหน้ายิ่งขึ้น
จำนวนเยาวชนที่ได้รับทุนการศึกษาในทุกระดับ ทั้งระดับอนุบาล ระดับประถมศึกษา ระดับมัธยมศึกษา ระดับอาชีวศึกษา ระดับอุดมศึกษามีจำนวนเพิ่มมากขึ้น กิจกรรมของมูลนิธิฯ ได้ขยายกว้างขวางและเป็นประโยชน์ยิ่งขึ้น เช่น ได้จัดให้เยาวชนที่ได้รับทุนการศึกษาได้เข้าค่าย ศึกษาและปฏิบัติธรรม ที่วัดเทพประทาน อำเภอสอยดาว จังหวัดจันทบุรี จำนวนหลายรุ่น ได้จัดให้มีการเทศน์มหาชาติมหากุศลเฉลิมพระเกียรติ ถวายพระราชกุศลแด่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในวโรกาสทรงเจริญพระชนมพรรษา ๘๐ พรรษา ในปี พ.ศ. ๒๕๕๐ ได้ร่วมกับกองทุนสนทนา ธัมม์นำสุขฯจัดพิมพ์พระไตรปิฎกฉบับสากล เผยแพร่และมอบให้สถาบันของประเทศต่างๆ เป็นการ เจริญรอยตามพระยุคลบาทพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่ได้ทรงพิมพ์พระไตรปิฎกฉบับอักษรสยามพระราชทานให้แก่สถาบันของประเทศต่างๆในฐานะรองประธานและเลขาธิการ ของมูลนิธิร่วมจิตต์น้อมเกล้าฯ เพื่อเยาวชนฯ ข้าพเจ้ารู้สึกเป็นเกียรติและมีความภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่ง และถือเป็นสิริมงคลของชีวิตที่ได้มีโอกาสทำงานภายใต้พระบารมีและพระกรุณาธิคุณของพระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าวิมลฉัตร ผู้ทรงเปี่ยมด้วย น้ำพระทัยแห่งความเมตตากรุณา ทรงมีพระจริยวัตรอันงดงามมีพระบุคลิกภาพที่น่าเคารพเลื่อมใส การสิ้นพระชนม์ของพระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าวิมลฉัตร เมื่อวันที่ ๕ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๒ จึงเป็นการสูญเสียที่ยิ่งใหญ่ของมูลนิธิร่วมจิตต์น้อมเกล้าฯ เพื่อเยาวชนฯ มูลนิธิร่วมจิตต์น้อมเกล้าฯ เพื่อเยาวชนฯ ร่วมกับมูลนิธิอนุสรณ์หม่อมงามจิตต์ บุรฉัตร ได้เป็นเจ้าภาพการสวดพระอภิธรรมพระศพ ในวันเสาร์ที่ ๙ มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๓ เวลา ๑๙.๐๐ น. ณ ศาลา ๔ (ภาณุรังษี) วัดเทพศิรินทราวาส มีกรรมการ และเจ้าหน้าที่ของมูลนิธิฯ พร้อมด้วยผู้แทนของหน่วยงานต่างๆ ไปร่วมในพิธีสวดพระอภิธรรมอย่างคับคั่งแสดงว่าพวกเรายังรำลึกถึงพระเกียรติคุณและพระกรุณาธิคุณของพระวรวงศ์ เธอพระองค์เจ้าวิมลฉัตร อยู่เสมอ และจะรำลึกถึงด้วยความกตัญญูกตเวทีตลอดไป

 

scan

(นายสมพร เทพสิทธา)
รองประธานและเลขาธิการมูลนิธิร่วมจิตต์น้อมเกล้าฯ
เพื่อเยาวชนในพระบรมราชินูปถัมภ์
วันที่ ๑๕ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๕๓

 

คำไว้อาลัยของ
หม่อมราชวงศ์สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร
พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าวิมลฉัตร ประธานมูลนิธิร่วมจิตต์น้อมเกล้าฯ เพื่อเยาวชนฯ ได้ประทานพระเมตตาทรงงานด้วยความเสียสละและเอาพระทัยใส่บริหารงานมูลนิธิฯ อย่างใกล้ชิด ด้วยความมุ่งมั่นที่จะพัฒนาคุณภาพชีวิตของเด็กและเยาวชนผู้ด้อยโอกาสที่มีความประพฤติดี และตั้งใจเรียนทั่วประเทศให้เป็นผู้มีคุณธรรมนำความรู้ เพื่อเติบโตเป็นพลเมืองดี มีคุณภาพของประเทศชาติต่อไป ในวาระโอกาสที่พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าวิมลฉัตร องค์ประธานมูลนิธิฯ ทรงสิ้นพระชนม์กรุงเทพมหานครขอน้อมถวายความอาลัยอย่างสุดซึ้ง ในพระเมตตาที่ทรงสนับสนุนทุนการศึกษา และอบรมคุณธรรมแก่เด็กและเยาวชนอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เติบโตเป็นคนดีของสังคมต่อไปด้วยความสำนึกและเทิดทูนในพระกรุณาธิคุณของพระองค์ที่ปรารถนาจะช่วยสร้างอนาคตอันสดใสให้กับเด็กและเยาวชนไทย ขอมวลพระกุศลทั้งปวงที่ทรงบำเพ็ญพระกรณียกิจเพื่อประโยชน์ของประเทศชาติตลอดมา จงน้อมนำให้ดวงพระวิญญาณของพระองค์เสด็จสู่สวรรคาลัยตราบกาลนิรันดร์


ลายเซ็น ผู้ว่ากทมฯ 

(หม่อมราชวงศ์สุขุมพันธุ์ บริพัตร)
 ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร