ดวงประทีปแห่งความรุ่งโรจน์ของมูลนิธิฯ ตามลำดับแห่งกาลเวลา
 

พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าสุทธสิริโสภา 
ประธานกรรมการอำนวยการ ( พ.ศ. 2536-2541)
ประธานกรรมการดำเนินงาน ( พ.ศ. 2526-2541)

 

 พระประวัติโดยสังเขป
   พระวรวงศ์เธอ  พระองค์เจ้าสุทธสิริโสภา  ทรงเป็นพระธิดาในสมเด็จเจ้าฟ้าจุฑาธุชธราดิลก กรมขุนเพชรบูรณ์อินทราชัย และหม่อมละออ  ศิริสัมพันธ์  นับเนื่องเป็นพระราชนัดดา  ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว  และสมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ   พระบรมราชชนนีพระพันปีหลวง
   พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ ทรงมีพระราชโอรสที่ดำรงพระชนม์ชีพ อันทรงคุณประโยชน์อย่างใหญ่หลวงแก่ประเทศชาติ และประชาชน เป็นที่ประจักษ์กันโดยทั่วไปอยู่  5  พระองค์  คือ

    1.พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่  6

    2.สมเด็จเจ้าฟ้าจักรพงษภูวนาถ  กรมหลวงพิษณุโลกประชานาถ

    3.สมเด็จเจ้าฟ้าอัษฎางค์เดชาวุฒิ กรมหลวงนครราชสีมา

    4.สมเด็จเจ้าฟ้าจุฑาธุชธราดิลก  กรมขุนเพชรบูรณ์อินทราชัย

    5.พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว  รัชกาลที่ 7

   พระวรวงศ์เธอ  พระองค์เจ้าสุทธสิริโสภา   ประสูติเมื่อวันศุกร์ที่  16  ธันวาคม พ.ศ.2464 เมื่อแรกนั้น ดำรงพระยศเป็นหม่อมเจ้าหญิง ภายหลังพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ  สถาปนาเป็นพระวรวงศ์เธอ  พระองค์เจ้า  เมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ.2470  มีพระอนุชาร่วมพระบิดา คือ  พระวรวงศ์เธอ  พระองค์เจ้าวรานนท์ธวัช
    พระองค์หญิงฯ   ทรงเสกสมรสกับหม่อมเจ้าสุวินิต   กิติยากร   โอรสพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระจันทบุรีนฤนาท  มีธิดา  2  คน คือ ม.ร.ว.สุนิดา  กิติยากร และ ม.ร.ว.เสาวนิต  กิติยากร                                                พระองค์หญิงฯ สิ้นพระชนม์  เมื่อวันจันทร์ที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2541 ที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์  ด้วยโรคพระโลหิตไม่ปกติ  สิริพระชนมายุรวม  76  พรรษา  1  เดือน  17  วัน

การศึกษา และพระภารกิจด้านการศึกษา
พระองค์หญิงฯ ทรงได้รับการศึกษามาจากโรงเรียนราชินี  ซึ่งสมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ  ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดตั้งขึ้น  เมื่อจบชั้นมัธยมปีที่  6  แล้ว  ในชั้นต้นทรงตั้งพระทัย จะเสด็จไปศึกษาต่อยังประเทศสวิตเซอร์แลนด์ แต่เกิดสงครามโลกครั้งที่ 2 เสียก่อน จึงเปลี่ยนมาทรงศึกษาด้านการเรือน (Finishing  Course) แทน  จนจบในปี
พ.ศ. 2483 จากนั้น จึงทรงเริ่มช่วยงาน ณ โรงเรียนราชินีในฝ่ายธุรการ  ทรงหยุดปฏิบัติหน้าที่ไประยะหนึ่งเนื่องจากทรงมีภารกิจทางครอบครัว            
ในปี พ.ศ.2517 หม่อมเจ้าหญิงสมรศรีโสภา เทวกุล ผู้จัดการโรงเรียนราชินีบน  รองประธาน และกรรมการมูลนิธิโรงเรียนราชินี ได้ทรงชักชวนพระองค์หญิงฯ ให้เข้ารับตำแหน่งผู้จัดการโรงเรียนราชินีสืบแทนหม่อมเจ้าหญิงอัจฉราฉวี  เทวกุล  ที่ทรงชราแล้ว  และต่อมาพระองค์หญิงฯ  ทรงดำรงตำแหน่งรักษาการครูใหญ่ด้วย  เป็นเวลา  1  ปี
นับแต่นั้นจนบัดนี้เป็นเวลาเกือบ 30 ปี ที่ทรงปฏิบัติภารกิจเกี่ยวข้องกับการศึกษาของเยาวชนตลอดมา  มิได้จำกัดอยู่เฉพาะโรงเรียนราชินีเท่านั้น  พระองค์หญิงฯ ทรงส่งเสริมเด็กและเยาวชนให้ได้รับการศึกษา ทั้งในและต่างประเทศ ตามอัตภาพจนถึงระดับปริญญาเอก โดยทุนส่วนพระองค์ สืบเนื่องเรื่อยมามิได้ขาด

    ด้วยน้ำพระทัยที่เปี่ยมด้วยพระเมตตา และทรงห่วงใยในการศึกษาของเยาวชน พระองค์หญิงฯ จึงทรงพระกรุณารับเป็นองค์ประธานคณะกรรมการดำเนินงาน มูลนิธิร่วมจิตต์น้อมเกล้าฯ เพื่อเยาวชน  ในพระบรมราชินูปถัมภ์   แทนหม่อมงามจิตต์  บุรฉัตร   ซึ่งถึงแก่อนิจกรรม   ตามคำทูลเชิญของคุณหญิงพิมพา  สุนทรางกูร  รองประธานคณะกรรมการ  เมื่อปี พ.ศ.2527  จนตลอดพระชนม์ชีพ
งานของมูลนิธิร่วมจิตต์น้อมเกล้าฯ เพื่อเยาวชน นี้ เป็นโครงการหนึ่ง ที่ได้รับความเห็นชอบจากรัฐบาล เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตเยาวชน ผู้ยากไร้ทั่วประเทศให้ได้มีโอกาสรับการศึกษาอบรมอย่างต่อเนื่องทุกระดับ  โดยให้ทุนการศึกษาแก่เยาวชนปีละกว่า  3,000  คน  ซึ่งต้องใช้เงินประมาณปีละ 7 ล้านบาท  อันเป็นภาระหนักอย่างยิ่งในการที่จะต้องจัดหาเงินทุนมาให้เพียงพอแก่การใช้จ่าย  โดยมิต้องรบกวนงบประมาณแผ่นดิน
ด้วยพระปรีชาสามารถ และน้ำพระทัยอันประเสริฐ ที่แสดงให้เป็นที่ประจักษ์แก่ผู้ร่วมงานตลอดมา พระองค์หญิงฯ ในฐานะองค์ประธานกรรมการฯ จึงทรงเป็นศูนย์รวมใจของกรรมการมูลนิธิฯ ที่มาจากบุคคลเกือบทุกสาขาวิชาชีพ ต่างช่วยกันระดมสรรพกำลังทั้งมวล ช่วยกันทำงานด้วยความเสียสละ เพื่อเยาวชนของชาติ ทรงทำให้มูลนิธิฯ เจริญก้าวหน้าเป็นปึกแผ่น สามารถให้ทุนการศึกษาต่อเนื่องแก่เยาวชนผู้ยากไร้ในหมู่บ้านทุกอำเภอ ทั่วประเทศปีละกว่า 3,000 คน เพื่อให้เยาวชนได้มีโอกาสรับการศึกษาอบรม  ให้เป็นผู้มีทั้งความรู้  และคุณธรรมเติบโตเป็นพลเมืองดี เป็นทรัพยากรที่มีคุณค่า สามารถอำนวยคุณประโยชน์แก่บ้านเมือง และช่วยกันธำรงรักษาไว้ซึ่งความมั่นคงของสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
ปัจจุบัน  มีเยาวชนที่กำลังศึกษา และจบการศึกษาแล้ว รวมกว่า 10,000 คน นับเป็นผลงานที่น่าภาคภูมิใจยิ่ง เพราะนอกจากจะได้ช่วยแบ่งเบาภาระของครอบครัวที่ขาดแคลนแล้ว ยังเป็นการช่วยแก้ปัญหาสังคม ด้วยการพัฒนาคุณภาพของเยาวชนผู้ด้อยโอกาสให้ได้รับการศึกษาอบรมอย่างต่อเนื่องเพื่อให้เป็นกำลังสำคัญของประเทศชาติสืบไป

เครื่องราชอิสริยาภรณ์          
ม.ป.ช.,  ม.ว.ม.,  ท.จ.ว. เหรียญรัตนาภรณ์ ชั้น ๑

ด้านธุรกิจ
ในด้านธุรกิจ    พระองค์หญิงฯ   ทรงเคยเป็นองค์ประธานบริษัทแอร์สยาม    จำกัด   ซึ่งพระวรวงศ์เธอ  พระองค์เจ้าวรานนท์ธวัช   เป็นผู้ริเริ่ม นับเป็นสายการบินเอกชนสายแรกในประเทศไทย ที่ประกอบธุรกิจการบินข้ามประเทศ

พระจริยาวัตรในการพัฒนาสังคม
พระองค์หญิงฯ  ทรงดำรงพระชนม์ชีพเยี่ยงสามัญชนทั่วไปมีน้ำพระทัยอ่อนโยน  เมตตากรุณา โอบอ้อมอารีต่อบุคคลทุกคนโดยเสมอหน้า ทรงมีพระปรีชาสามารถวิเคราะห์วิจารณ์เหตุการณ์ ความเป็นไปต่างๆ  ได้อย่างลึกซึ้งเหมาะสม  ทรงให้คำแนะนำปรึกษาแก่ผู้ร่วมงานและองค์การต่างๆ  ที่ทรงมีส่วนช่วยเหลืออย่างเต็มพระสติกำลัง จนงานบรรลุผลสำเร็จเป็นปึกแผ่นเสมอมา ปัจจุบันทรงเป็นองค์ประธานขององค์การ องค์อุปถัมภ์ และกรรมการที่ปรึกษามูลนิธิฯ ต่างๆ ซึ่งล้วนดำเนินงานเพื่อประโยชน์สุขส่วนรวม  อันเป็นการพัฒนาสังคมในด้านต่างๆ  ทั้งสิ้น   ดังนี้

1.องค์ประธานมูลนิธิส่วนหลวง ร.9 

2.องค์ประธานมูลนิธิ “ สมเด็จเจ้าฟ้าจุฑาธุช ”

3.องค์ประธานกรรมการอำนวยการมูลนิธิฯ  และองค์ประธานกรรมการดำเนินงาน
มูลนิธิ “ ร่วมจิตต์น้อมเกล้าฯ  เพื่อเยาวชน ”  ในพระบรมราชินูปถัมภ์

4.องค์ประธานคณะกรรมการราชินีมูลนิธิ

5.ผู้จัดการโรงเรียนราชินี

6.องค์ประธานมูลนิธิคึกฤทธิ์ 80

7.องค์ประธานมูลนิธิสุทธธรรมวินิต

8.กรรมการที่ปรึกษาสมาคมนักเรียนเก่าราชินี

9.องค์อุปถัมภ์สมาคมศิษย์เก่าเพาะช่าง

10.องค์อุปถัมภ์วิทยาเขตเพาะช่าง

11.องค์อุปถัมภ์ทุนการศึกษาของวิทยาเขตเพาะช่าง

12.องค์ประธานที่ปรึกษามูลนิธิอนุสรณ์หม่อมงามจิตต์  บุรฉัตร

13.องค์อุปถัมภ์คณะคหกรรมศาสตร์  สถาบันเทคโนโลยีราชมงคล

14.องค์อุปถัมภ์วิทยาลัยพณิชยการอินทราชัย

15.องค์ประธานกองทุน “ เจ้าฟ้าจุฑาธุช ”  วิทยาลัยพณิชยการอินทราชัย

ความสนพระทัยในศาสตร์ประเภทต่างๆ  และการกีฬา
พระองค์หญิงฯ  ทรงสนพระทัยในศาสตร์หลายประเภท  ทรงศึกษาเมื่อพระชนมายุมากแล้ว และทรงฝึกฝนอย่างจริงจัง  รวมทั้งทรงมีพรสวรรค์พิเศษ  พระองค์หญิงฯ จึงทรงมีพระอัจฉริยะเป็นเลิศในศาสตร์เหล่านั้น  อันได้แก่

1.ความรู้เกี่ยวกับคหกรรมศาสตร์  โดยเฉพาะด้านโภชนาการ ทรงไปเรียนการทำอาหาร และโปรดการทำอาหารตลอดมา

2.ความรู้เกี่ยวกับดนตรี และฟ้อนรำ ทรงเริ่มเรียนการเล่นอิเลคโทน ประมาณปีพ.ศ.2526 และทรงเล่นได้ไพเราะ  ภายหลังพระภารกิจมากขึ้น  จึงไม่ได้ทรงเล่น
สำหรับการฟ้อนรำ ทรงรำได้งดงาม อ่อนช้อย เมื่อยังทรงพระเยาว์  พระองค์หญิงฯ ทรงเคยรำร่วมกับ  สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ  เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา  กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์
พระองค์หญิงฯ   ทรงรำหน้าพระที่นั่งในวโรกาส  6  รอบ   วันพระราชสมภพของ  สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ  เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา  กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์   6  พฤษภาคม พ.ศ.2538 โดยทรงรำ  2  ครั้ง    ครั้งแรกที่ศาลาดุสิดาลัย สวนจิตรลดา   เมื่อเดือนพฤษภาคม พ.ศ.2538  ร่วมกับพระญาติ-ข้าราชบริพาร   ครั้งที่  2  ทรงรำร่วมกับสมาชิกสมาคมนักเรียนเก่า โรงเรียนราชินี

3.ความรู้ทางศิลปะ  ทรงเรียนวาดภาพบนกระเบื้อง  เมื่อประมาณ พ.ศ.2528 ได้ประทานฝีพระหัตถ์หลายชิ้นให้มูลนิธิร่วมจิตต์น้อมเกล้าฯ  นำไปจัดพิมพ์เป็นบัตร ส.ค.ส. และได้นำออกแสดงนิทรรศการ  ณ  ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์  และวิทยาเขตเพาะช่าง   ตามคำขอของผู้จัดงานด้วย

4.ความรู้เกี่ยวกับพลังจักรวาล  ซึ่งเป็นวิชาที่ฝึกโดยการทำสมาธิ  เพื่อดูแลสุขภาพทางกาย และทางใจ  ให้กับตัวเองและผู้อื่น  เมื่อพระวรวงศ์เธอ  พระองค์เจ้าวิมลฉัตร  ทรงชวนพระองค์หญิง  ไปทอดพระเนตรวิชานี้  พระองค์หญิงฯ จึงทรงส่งผู้ใกล้ชิดที่สนใจไปเรียนก่อน จนจบระดับ 4 ต่อมาประมาณปลายปี พ.ศ.2538  จึงทรงไปเรียน และจบระดับ  5/1  ในปีพ.ศ.2539  การที่พระองค์หญิง ได้ทรงศึกษาถึงระดับ 5/1  ซึ่งน้อยคนนักที่จะเรียนต่อถึงระดับนี้  จึงสามารถดูแลสุขภาพให้แก่ผู้อื่นที่อยู่ไกลๆ ได้  นอกจากนี้ ยังทรงหาโอกาสที่จะพบปะคณะอาจารย์พลังจักรวาลตลอดเวลา เพื่อซักถามและแลกเปลี่ยนความรู้ในสิ่งต่างๆ  พระองค์หญิงฯ สนพระทัยวิชาพลังจักรวาลอย่างมาก  ทรงฝึกฝนวิชานี้และดูแลสุขภาพพระองค์เองเป็นประจำ ทั้งยังประทานพระเมตตาดูแลสุขภาพแก่พระญาติ-พระสหาย ผู้คุ้นเคยและข้าหลวงอีกด้วย

5.เรื่องกีฬา พระองค์หญิง ทรงโปรดกีฬาแบดมินตัน  นอกจากทรงเล่นเองแล้ว ยังทรงส่งเสริม และสนับสนุนผู้ที่มีความสามารถทางการกีฬา เพื่อให้ได้รับการพัฒนาจนบางคนมีฝีมือถึงระดับชาติ นอกเหนือจากนี้   ยังทรงสร้างคอร์ทแบดมินตัน  และอุปถัมภ์สมาคมแบดมินตัน  รวมทั้งยังทรงเคยเป็นองค์ประธานสหพันธ์แบดมินตันแห่งประเทศไทยด้วย
พระปรีชาสามารถ และพระอัจฉริยะภาพของพระองค์หญิง ที่สนพระทัยในศาสตร์ต่างๆ ดังกล่าวข้างต้น ได้รับการยกย่อง ชื่นชมและศรัทธาแก่ผู้รู้เห็นอย่างกว้างขวาง สมควรที่จะได้เผยแพร่ให้เป็นแบบอย่างแก่อนุชนรุ่นหลังที่จะได้เจริญรอยตามพระบาท  ในด้านพระวิริยะอุตสาหะ  แม้ว่าพระชนมายุมากแล้ว  ก็ยังทรงมุ่งมั่นศึกษาทุกอย่างที่สนพระทัยอย่างลึกซึ้ง และปฏิบัติอย่างจริงจัง

ปริญญากิตติมศักดิ์
พ.ศ.2531                          -ปริญญาปรัชญาศึกษาศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์   สาขาบริหาร
การศึกษา  มหาวิทยาลัยอเมริคัส   เมืองนิวออร์ลีน  รัฐหลุยส์เซียน่า
สหรัฐอเมริกา
พ.ศ.2533                          -ปริญญาบัณฑิตกิตติมศักดิ์   สาขาคหกรรมศาสตร์
สถาบันเทคโนโลยีราชมงคล
พ.ศ.2534                          -ปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์
สาขาสังคมวิทยาและมนุษยวิทยา   มหาวิทยาลัยรามคำแหง
พ.ศ.2536                          -ปริญญาบัณฑิตกิตติมศักดิ์   สาขาศิลปกรรมศาสตร์
สถาบันเทคโนโลยีราชมงคล
พ.ศ.2539                          -ปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์   สาขาศิลปศาสตร์
มหาวิทยาลัยสยาม                                                    


แสนอาลัย..........

  พระวรวงศ์เธอ  พระองค์เจ้าสุทธสิริโสภา  ทรงรับตำแหน่งองค์ประธานกรรมการดำเนินงาน มูลนิธิร่วมจิตต์น้อมเกล้าฯ เพื่อเยาวชน  ในพระบรมราชินูปถัมภ์  ต่อจากหม่อมงามจิตต์  บุรฉัตร  ซึ่งถึงแก่อนิจกรรมมาเป็นเวลาถึง 14 ปี ทั้งทรงพระกรุณารับตำแหน่งองค์ประธานกรรมการอำนวยการ สืบแทนศาสตราจารย์ ดร.ก่อ  สวัสดิ์พาณิชย์  ซึ่งถึงแก่อนิจกรรมเช่นกัน  เมื่อปี 2536 อีกตำแหน่งหนึ่ง พระองค์ท่านได้แสดงให้คณะกรรมการ และผู้ร่วมงานเล็งเห็นถึงพระอัจฉริยภาพและพระปรีชาญาณอันล้ำลึก  นอกเหนือไปจากนี้ ยังทรงมีพระเมตตาปรานีต่อบุคคลทุกเหล่าชั้น  โดยปราศจากอคติอีกด้วย ทรงริเริ่มให้มูลนิธิฯ  มีกิจกรรมต่างๆ  อาทิ  เช่น “ ร่วมจิตต์การครัว ”  โดยเปิดรับสมัครแม่บ้านที่ประสงค์จะเรียนทำอาหารให้ครอบครัว โดยทรงจัดหาวิทยากร หรือบางครั้งก็ทรงรับเป็นวิทยากรเสียเอง เป็นการหาเงินเข้า มูลนิธิฯ  และเป็นแหล่งให้ความรู้  ความเพลิดเพลินแก่แม่บ้าน  ที่สมัครเข้ารับการอบรมเป็นอย่างยิ่ง
พระองค์ท่านจะประทานคำแนะนำ และข้อคิดหลายๆ ประการ ให้แก่คณะกรรมการอย่างสม่ำเสมอ    เพื่อให้คณะกรรมการนำไปปฏิบัติ    เนื่องจากไม่โปรดที่จะแสดงความคิดเห็นในที่ประชุม พระเมตตาและพระบารมีของพระองค์ท่าน ทำให้กองทุนของมูลนิธิฯ เพิ่มพูนขึ้นอย่างรวดเร็ว และมีจำนวนมาก สมดังเจตนารมณ์ของหม่อมงามจิตต์  บุรฉัตร  ผู้ก่อตั้งมูลนิธิฯ นี้ทุกๆ ประการ
    การที่พระองค์ท่านสิ้นพระชนม์ลงอย่างกะทันหัน นำความเศร้าสลดใจมาสู่บรรดาผู้ที่ได้รับพระเมตตาจากพระองค์ท่าน  และมูลนิธิร่วมจิตต์น้อมเกล้าฯ  เพื่อเยาวชน   ในพระบรมราชินูปถัมภ์  อย่างสุดซึ้ง ยากที่จะบรรยายเป็นตัวอักษรได้ ขอดวงพระวิญญาณของพระองค์ท่านประสบความสุขสงบในสัมปรายภพตลอดกาล

(พระวรวงศ์เธอ   พระองค์เจ้าวิมลฉัตร)

 

ศูนย์รวมแห่งดวงใจ

     วันมหาวิปโยคสำหรับคณะกรรมการทุกฝ่าย  เจ้าหน้าที่  รวมทั้งเยาวชนผู้รับทุนของมูลนิธิร่วมจิตต์น้อมเกล้าฯ เพื่อเยาวชนฯ ทุกคนก็คือวันที่ พระวรวงศ์เธอ  พระองค์เจ้าสุทธสิริโสภา องค์ประธานคณะกรรมการอำนวยการ และองค์ประธานคณะกรรมการดำเนินงานของมูลนิธิฯ เสด็จสู่สรวงสวรรค์รวดเร็วเกินกว่าที่พวกเรา   ชาวมูลนิธิร่วมจิตต์น้อมเกล้าฯ  เพื่อเยาวชนฯ    คนใดจะทำใจให้สงบนิ่งได้ ต่างเงียบเหงาเศร้าสลดหมดแรงไปตามๆ กัน  ไม่นึกไม่ฝันเลยว่าจะทรงจากพวกเราไป โดยไม่มีโอกาสได้เข้าเฝ้าเยี่ยมเยียนยามทรงพระประชวร
คณะกรรมการฯ ทุกคนมีโอกาสได้เข้าเฝ้าในวันครบรอบวันประสูติ  16 ธันวาคม พ.ศ.2540 ทรงจัดเลี้ยงประทานแก่ผู้มาเฝ้าทุกคน   ณ  พระตำหนักประถม  พระจริยาวัตรของพระองค์งดงามจับตาจับใจแก่ผู้ได้พบเห็นยิ่งนัก  ทรงตักอาหารด้วยพระองค์เองแล้วเสด็จมาประทับเสวยร่วมโต๊ะกับคณะกรรมการ ทรงมีพระปฏิสันถารอย่างทั่วถึง  แต่วันนั้นสังเกตได้ว่าไม่ทรงพระสำราญเท่าที่ควร เนื่องจากมีพระอาการทรงเบื่ออาหาร  ทรงเล่าให้ฟังว่า  แพทย์ถวายคำแนะนำให้เสด็จไปให้แพทย์ตรวจอย่างละเอียดที่โรงพยาบาล
เย็นวันนั้น ก็ยังทรงพระสำราญกับบรรดาพระญาติสนิท  พระสหาย  ผู้ใกล้ชิด เจ้าหน้าที่มูลนิธิฯ และกรรมการมูลนิธิฯ บางคนที่ไปเฝ้าอีกครั้งในตอนค่ำ ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันด้วยความห่วงใยว่า  ทรงรับแขกพร้อมทรงดูแลเรื่องอาหาร  การรับประทาน ด้วยพระองค์เอง แสดงให้ประจักษ์ ถึงน้ำพระทัยอันเปี่ยมด้วยพระเมตตา เป็นที่ชื่นชม ยินดีและปลื้มใจแก่ผู้ที่ไปเฝ้าโดยทั่วกัน  แต่ต่างก็ไม่วายที่จะรู้สึกวิตกในพระสุขภาพ  เกรงว่าจะเป็นการตรากตรำพระวรกายจนเกินไป
หลังจากนั้น  ได้ทราบจากผู้ใกล้ชิดว่า  พระองค์ได้เสด็จไปทรงรับการตรวจพระวรกายที่โรงพยาบาล และได้รับการถวายการรักษา โดยเสด็จกลับมาประทับที่พระตำหนักเป็นระยะๆ  กรรมการบางท่านมีโอกาสไปเฝ้าในระหว่างที่ทรงเข้ารับการตรวจที่โรงพยาบาล    และเมื่อเสด็จกลับมาประทับที่พระตำหนักเพียงไม่กี่ครั้ง  ระหว่างนั้นมิได้ทรงแสดงถึงพระอาการที่น่าวิตกแต่ประการใด ยังรับสั่งเล่าถึงการตรวจและผลการตรวจของแพทย์  โดยมิได้มีพระอาการสะทกสะท้านเลย  ถึงอย่างไรก็ยังมั่นใจว่า อีกไม่นานจะทรงหายจากพระอาการประชวรอย่างแน่นอน  ดังนั้นกรรมการส่วนใหญ่จึงมิได้ทราบเรื่อง และไม่นึกเลยว่าจะได้เฝ้าครั้งนั้นเป็นวันสุดท้าย  เนื่องจากเพียงไม่กี่วัน หลังจากที่ได้ทรงเข้ารักษาพระองค์อย่างแท้จริง  ก็เป็นระยะที่อยู่ในความดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิดบุคคลภายนอกไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าเฝ้าแล้ว
การสิ้นพระชนม์ขององค์ประธานฯ จึงนำความตื่นตระหนก มาสู่พวกเราทุกคน ต่างรู้สึกว้าเหว่ เศร้าสลดเกินกว่าจะสรรหาถ้อยคำใดมาบรรยายได้

     มูลนิธิร่วมจิตต์น้อมเกล้าฯ เพื่อเยาวชนฯ  ดำรงความเป็นปึกแผ่นมั่นคง จนสามารถขยายการดำเนินงานได้กว้างขวางยิ่งขึ้น  ดังเช่นที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน ก็ด้วยน้ำพระทัยอันเปี่ยมล้นด้วยพระเมตตา และพระจริยาวัตรอันประเสริฐของ  พระวรวงศ์เธอ   พระองค์เจ้าสุทธสิริโสภา     ที่ได้ทรงพระกรุณารับเป็นองค์ประธานคณะกรรมการมูลนิธิฯ ตั้งแต่เดือนมีนาคม พ.ศ.2527  เป็นต้นมาจนถึงวันที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2541  เป็นเวลาถึง  14  ปีเต็ม   ทรงเป็นศูนย์รวมแห่งดวงใจของพวกเราทุกคนตลอดมา
การดำเนินงานของมูลนิธิฯ เพื่อช่วยเหลือเกื้อกูลเยาวชนผู้ด้อยโอกาสให้ได้รับการศึกษาอย่างต่อเนื่อง  พร้อมทั้งได้รับความอบอุ่นจากการดูแลทุกข์สุขตลอดถึงสุขภาพกายและสุขภาพจิต  ได้รับการอบรมคุณธรรม  จริยธรรมควบคู่กันไปด้วย  เพื่อให้เจริญเติบโตเป็นทรัพยากรบุคคลที่มีคุณค่า และทรงคุณประโยชน์แก่ประเทศได้  ตามเป้าหมายของมูลนิธิฯ นั้น จำเป็นต้องได้รับความร่วมมือช่วยเหลือเกื้อหนุนจากหลายหน่วยงาน  และจากบุคลากรหลายฝ่ายที่เกี่ยวข้อง    โดยเฉพาะในระยะแรกเริ่มซึ่งหม่อมงามจิตต์   บุรฉัตร  ได้มุ่งมั่นพากเพียรในการก่อตั้งมูลนิธิฯ จนสำเร็จใน พ.ศ.2525  โดยมิได้อาศัยงบประมาณแผ่นดินแต่ประการใด  หม่อมงามจิตต์  บุรฉัตร  เป็นประธานดำเนินงานคนแรก  ได้ติดต่อรับบริจาคจากญาติสนิทมิตรสหาย ทั้งในประเทศและต่างประเทศ  รวมทั้งจัดทำเหรียญเก้ารัชกาล และภาพพระบรมฉายาลักษณ์เก้ารัชกาล  เพื่อมอบเป็นที่ระลึกในการหาทุน ได้เงินกองทุนเบื้องต้นประมาณ 10 ล้านบาท  ซึ่งเพียงพอสำหรับจัดเป็นทุนการศึกษาในระยะแรกแก่เยาวชนผู้ด้อยโอกาสทุกระดับชั้น  ตั้งแต่ก่อนวัยเรียนจนถึงระดับอุดมศึกษา  ทุกอำเภอทั่วประเทศ  จำนวน  2525  คน  เท่ากับปีที่มีการสมโภชกรุงรัตนโกสินทร์  200  ปี  ในพ.ศ.2525 จำนวนเงินที่จำเป็นต้องใช้ เพื่อจัดทุนการศึกษาให้เยาวชน ประมาณปีละ  5  ล้านบาท  ดังนั้น จึงต้องเร่งแสวงหาทุนเพิ่มเติมให้มูลนิธิฯ สามารถดำเนินงานให้ทุนการศึกษาอย่างต่อเนื่องได้ตลอดไป  โดยต้องจัดกิจกรรมหาทุนประเภทต่างๆ และเพื่อให้มูลนิธิฯ มั่นคง ต้องมีกองทุนถาวร ใช้แต่เพียงดอกผลเท่านั้น  จึงจะเป็นที่มั่นใจได้ว่า  มูลนิธิฯ จะยั่งยืนในการช่วยเหลือเยาวชนได้ตลอดไป แผนงานที่คิดไว้ยังมิทันได้บรรลุผล  หม่อมงามจิตต์ บุรฉัตร ก็ถึงแก่อนิจกรรมเสียก่อน
เป็นบุญของเยาวชนไทยผู้ยากไร้ด้อยโอกาสโดยแท้ ที่ พระองค์หญิงสุทธสิริโสภา  ทรงรับเป็นองค์ประธานกรรมการดำเนินงานมูลนิธิฯ ความว้าเหว่ของคณะกรรมการค่อยบรรเทาลง กลับมีขวัญและกำลังใจขึ้นมาแทนที่
คณะกรรมการมูลนิธิฯ ทุกคน ตระหนักดีว่า ระหว่างที่มูลนิธิฯ กำลังอยู่ในสภาพไม่มั่นคงนั้น หากมิได้รับพระเมตตาจาก พระองค์หญิงสุทธสิริโสภา  ทรงรับเป็นองค์ประธานกรรมการดำเนินงาน มูลนิธิฯ ไม่มีหวังที่จะเจริญก้าวหน้ามั่นคง เป็นที่ศรัทธาของประชาชน จนได้รับความร่วมมืออย่างกว้างขวาง ดังเช่นทุกวันนี้อย่างแน่นอน
การดำเนินงานของมูลนิธิฯ มีขอบข่ายกว้างขวางทุกจังหวัดทั่วประเทศ  ต้องได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งจากกระทรวงศึกษาธิการ และกระทรวงมหาดไทย  รวมทั้งผู้อุปการคุณจากในประเทศและต่างประเทศ ปัจจัยสำคัญในการเชื่อมโยงให้เกิดความร่วมมือร่วมใจก็คือ  ความศรัทธา
องค์ประธานฯ ทรงมีพระจริยาวัตร และน้ำพระทัยที่ทำให้ผู้ร่วมงานเกิดความสบายใจ อบอุ่นในพระเมตตาที่ประทานแก่ทุกคนอย่างทั่วถึง  ทรงห่วงใยดูแลทุกข์สุขของเจ้าหน้าที่มูลนิธิฯ  ทรงเห็นอกเห็นใจคณะกรรมการที่เหน็ดเหนื่อย  ทรงติดตามปัญหาต่างๆ ของเยาวชน และประทานคำแนะนำแก้ไขนานาประการ  ดังนั้นจึงทรงเป็นหลัก และมิ่งขวัญโดยแท้จริงของมูลนิธิฯ ทรงเป็นศูนย์รวมใจของคณะกรรมการ และผู้เกี่ยวข้อง รวมทั้งผู้อุปการคุณ และเยาวชนผู้รับทุนของมูลนิธิฯ ทุกคน การดำเนินงานของมูลนิธิฯ ราบรื่น ปราศจากอุปสรรคใดๆ  ก็เนื่องจากความรัก ความสามัคคีระหว่างผู้ร่วมงาน ซึ่งต่างก็มีความผูกพัน จงรัก ศรัทธา เทิดทูนในองค์ประธานฯ เช่นเดียวกัน
สิ่งที่เป็นปัจจัยสำคัญที่สุดในการดำเนินงานมูลนิธิฯ ให้บรรลุผลตามเป้าหมาย ดุจเดียวกับ น้ำ เป็นเครื่องหล่อเลี้ยงชีวิต ก็คือ เงิน

    พระองค์หญิงสุทธสิริโสภา  ทรงมีสายพระเนตรอันยาวไกล  จึงทรงรับเป็นประธานกรรมการหาทุนด้วย  มิใช่ทรงดำรงตำแหน่งเพียงเพื่อสร้างศรัทธา แก่ผู้มีจิตกุศลเท่านั้น ทรงให้ข้อคิดเห็นที่เป็นประโยชน์แสดงถึงพระปรีชาสามารถ และพระวิจารณญาณอันสุขุมรอบคอบ ระหว่างที่มีการประชุมคณะกรรมการทุกครั้งที่มีการเตรียมการเพื่อจัดกิจกรรมต่างๆในการหาทุน ทรงให้ความสำคัญแก่กรรมการทุกคน  ทรงเป็นกันเองไม่ถือพระองค์ ทรงมีอารมณ์ขัน มักมีเรื่องขำขันมาทรงเล่าประทานเป็นประจำ ทุกครั้งที่มีการประชุมกลุ่มย่อยที่พระตำหนัก โปรดทรงทำอาหารเลี้ยงด้วยพระองค์เอง ฝีพระหัตถ์ของพระองค์ในการทำอาหาร  เป็นที่ชื่นชอบติดอกติดใจพวกเราทุกคน
ระยะแรกๆ ที่ทรงเป็นประธานหาทุน จำเป็นต้องจัดกิจกรรมต่างๆ ปีละหลายครั้ง ทรงเหน็ดเหนื่อยเคียงบ่าเคียงไหล่กับบรรดาคณะกรรมการด้วย ทรงเป็นหลักให้พวกเราได้ยึด เป็นมิ่งขวัญกำลังใจโดยตลอดอย่างแท้จริง ไม่ว่าจะเป็นกิจกรรมประเภทใด แม้กระทั่งการจัดนำชมศิลปวัฒนธรรม   ยังจังหวัดต่างๆ  หรือการชมการแสดงคอนเสิร์ต ฯลฯ     โดยเฉพาะทรงจัดโครงการ ร่วมจิตต์การครัว เพื่อหาทุนโดยทรงเปิดตำหนักให้ผู้มาเรียนทำอาหารเป็นรุ่นๆ  รับสั่งว่าไม่ประสงค์จะทรงรับเงินบริจาค โดยไม่มีสิ่งใดตอบแทน  แม้โครงการนี้จะได้เงินค่าสมัครเรียนไม่มากมาย  แต่สิ่งที่ล้ำค่ากว่านั้นคือ  การประชาสัมพันธ์ ที่ยังผลให้มีผู้ศรัทธาบริจาค  อุปการะเยาวชนกว้างขวางยิ่งขึ้น
จากการที่ทรงเป็นองค์ประธานหาทุนด้วยพระองค์เอง ด้วยความเต็มพระทัย ทรงเป็นผู้นำในการเสียสละทั้งทรัพย์สินส่วนพระองค์ และทรงอุทิศองค์ตรากตรำพระวรกาย โดยมิได้ทรงแสดงถึงความเหน็ดเหนื่อย หรือเบื่อหน่ายแต่ประการใดเช่นนี้ได้สร้างศรัทธาให้เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วในบรรดาประชาราษฏร์ทุกหมู่เหล่า   มูลนิธิฯ ก็เป็นที่รู้จัก ผู้มีจิตกุศลต่างพอใจที่จะบริจาคเงินอุปการะเยาวชน โดยนำมาถวายองค์ประธานโดยตรงบ้าง มอบผ่านกรรมการมูลนิธิฯ แต่ละคนบ้าง  นอกจากนั้น ยังมีผู้จัดงานต่างๆ แล้วรวบรวมเงินมาถวาย บางรายจัดงานในต่างประเทศ นำมาถวายเป็นเงินตราต่างประเทศก็มี ดังนั้น มูลนิธิฯ  จึงมีเงินทุนถาวรของผู้อุปการะเพิ่มขึ้น จนเพียงพอแก่การดำเนินงาน ตามเป้าหมาย และถึงกับขยายจำนวนเงินทุน และจำนวนเยาวชนเพิ่มขึ้นได้ จนปัจจุบันมูลนิธิฯ ให้ทุนแก่เยาวชน จำนวนปีละกว่า 3,000  คน  และเพิ่มเงินระดับประถม  จากทุนละ 1,200  บาท  เป็น  1,500  บาท  ระดับมัธยมจากทุนละ 2,000 บาท เป็น 2,500 บาท และระดับอุดมศึกษา จากทุนละ 5,000 บาท เป็น 6,000 บาท ฯลฯ
ระยะเวลา 14 ปี ที่ทรงเป็นองค์ประธานดำเนินงาน และประธานหาทุนของมูลนิธิฯ ได้รับความศรัทธาเพิ่มขึ้นเป็นลำดับ  จนปัจจุบันมีกองทุนถาวรประมาณ  90  ล้านบาท  ทั้งๆ ที่ได้ใช้เงินเป็นทุนการศึกษาเพิ่มขึ้นถึงปีละประมาณ  7  ล้านบาท                                                                                 
ปัจจัยสำคัญอีกประการหนึ่ง ที่ชักนำให้เกิดศรัทธา และไว้วางใจในการปฏิบัติงานของมูลนิธิฯ ก็คือ ความเข้าใจอันดีระหว่างผู้ปฏิบัติงานแต่ละขั้นตอน ทั้งในส่วนกลาง และส่วนภูมิภาค แต่ละจังหวัดมีคณะกรรมการทุนการศึกษาประจำจังหวัด ซึ่งมีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธาน และคณะกรรมการอุปการะเยาวชนประจำจังหวัด ซึ่งมีภรรยาผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธาน ความร่วมมือระหว่างผู้ร่วมงานดังกล่าว จำเป็นต้องสร้างความเข้าใจอันดีต่อกัน ให้เกิดการประสานงานอย่างราบรื่น นั้น จะอาศัยแต่เพียงการสื่อสารด้วยตัวอักษร ย่อมเกิดปัญหาและอุปสรรคบ้างเป็นธรรมดา ดังนั้น เพื่อขจัดความไม่เข้าใจกันบางประการ  องค์ประธานฯ จึงทรงดำริ ให้มีการประชุมคณะกรรมการมูลนิธิฯ ร่วมกันทั้งคณะกรรมการในจังหวัด และคณะกรรมการจากกรุงเทพฯ  โดยเสด็จเป็นองค์ประธาน กำหนดการประชุมในต่างจังหวัด ตามความเหมาะสมกับระยะเวลาที่สะดวกแก่สภาพของท้องถิ่น ดังนี้

ครั้งที่ 1      16-20 กุมภาพันธ์      2532     15 จังหวัดภาคใต้
ครั้งที่ 2      8-11  มกราคม          2533     7    จังหวัดอิสานใต้
ครั้งที่ 3      18-21 กุมภาพันธ์      2534     16  จังหวัดภาคเหนือ
ครั้งที่ 4      22-26 สิงหาคม        2536      9    จังหวัดอิสานตอนบน

    การเสด็จประชุมในต่างจังหวัด  นอกจากจะเกิดประโยชน์ด้านการสร้างความเข้าใจอันดีต่อกัน ยังเป็นการนัดหมายการปฏิบัติงานที่ต่อเนื่อง มีการประสานงานกันอย่างราบรื่น ได้ผลดี  เป็นที่ไว้วางใจแก่ผู้มีจิตศรัทธาบริจาคเพิ่มขึ้น ยังได้ทรงเยี่ยมเยียนกรรมการผู้ร่วมงานในจังหวัดต่างๆ  โดยเฉพาะผู้ว่าราชการจังหวัดและภรรยาผู้ว่าราชการจังหวัด รวมทั้งเยาวชนได้มารับของขวัญหรือเงินด้วย
บางจังหวัดที่อยู่ใกล้เคียง นัดหมายมาประชุมพร้อมกันในจังหวัดที่เป็นศูนย์กลาง เพื่อช่วยให้ทรงเหน็ดเหนื่อยในการเดินทางน้อยลง
การเสด็จยังต่างจังหวัดเพื่อทรงเยี่ยมเยียน และทรงประชุมร่วมกับคณะกรรมการในแต่ละจังหวัดเช่นนี้  ช่วยให้การดำเนินงานของมูลนิธิฯ ราบรื่น ปราศจากปัญหาหรือข้อข้องใจใดๆ โดยสิ้นเชิง และเป็นที่ชื่นชมยินดีแก่ทางจังหวัดอย่างเห็นได้ชัด
เมื่อการติดต่อประสานงานระหว่างมูลนิธิฯ กับผู้ร่วมงานในต่างจังหวัดทุกขั้นตอนผ่านพ้นไปด้วยดี  ประโยชน์ที่เห็นได้ชัดเจนก็คือ มูลนิธิฯ ได้รับความไว้วางใจในการดำเนินงานจากประชาชนกว้างขวางยิ่งขึ้น เกิดความศรัทธา ปรารถนาที่จะช่วยเยาวชนให้ได้รับการศึกษาและพัฒนา  โดยผ่านทางมูลนิธิฯ เงินบริจาคจึงหลั่งไหลมายังมูลนิธิฯ โดยไม่ต้องเหน็ดเหนื่อยในการจัดกิจกรรมเพื่อหาทุนตลอดปีดังแต่ก่อน ทั้งนี้มิได้หมายความว่า มูลนิธิฯ สิ้นสุดความต้องการรับบริจาคแล้ว หากหมายถึงการที่ความจำเป็นได้ผ่อนคลายลงจากเป้าหมายเดิม แท้จริงนั้น มูลนิธิฯ รับหน้าที่แทนท่านอุปการะในการให้ทุนการศึกษา ดูแลทุกข์สุข และอบรมคุณธรรม จริยธรรม แก่เยาวชนผู้ด้อยโอกาส  ซึ่งยังมีอยู่อีกเป็นจำนวนมากในปัจจุบัน  หากมูลนิธิฯ มีกำลังเพิ่มขึ้น  ก็สามารถช่วยเหลือเกื้อกูลเยาวชนได้มากขึ้น  เพื่อประโยชน์สุขแก่ประเทศชาติสืบไป
ระลึกถึงพระกรุณาธิคุณของ พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าสุทธสิริโสภา  ที่ทรงมีต่อมูลนิธิฯ และคณะกรรมการ   เจ้าหน้าที่   ผู้ร่วมงานทุกคน  ทั้งในต่างจังหวัดและในส่วนกลาง  รวมทั้งเยาวชนผู้รับทุนทุกคน  ด้วยความจงรักภักดี  ซาบซึ้งในพระเมตตาที่ปรากฏให้เป็นที่ประจักษ์ ทั้งจากสายพระเนตรและจากพระจริยาวัตรเท่าที่พรรณนามาแล้ว  เพียงบางส่วนเท่านั้น ยังมีอีกมากมายยากที่จะบรรยายได้ครบถ้วน
ด้วยอานุภาพแห่งบุญญาธิการบารมีและคุณงามความดีที่ทรงบำเพ็ญคุณประโยชน์มหาศาลแก่เยาวชน  เพื่อสังคมและประเทศชาติ  จงเป็นยานวิเศษนำเสด็จพระองค์หญิงสุทธสิริโสภา  สู่ทิพยวิมานในสรวงสวรรค์ชั่วนิรันดร
สุดท้ายนี้   ขอถ่ายทอดความในใจ    ของบรรดาคณะกรรมการมูลนิธิร่วมจิตต์น้อมเกล้าฯ เพื่อเยาวชนฯ  ผู้มีโอกาสได้ร่วมงานใกล้ชิดกับพระองค์หญิงฯ โดยสรุปดังนี้

            ดั่งฟ้าฟาดกลางดวงใจให้ปวดร้าว                           เมื่อยินข่าวสูญสิ้นองค์พระทรงศรี
          พระเมตตากรุณาหลั่งรินทั่วปฐพี                               ชุบชีวีเยาวชนพ้นทุกข์ภัย
            พระองค์ทรงเป็นศูนย์รวมแห่งดวงจิต                      ทุกชีวิตเพิ่มพูนขวัญมิหวั่นไหว
          ทรงนำหน้าข้าบาทพร้อมน้อมกายใจ                          งานยิ่งใหญ่สัมฤทธิ์ผลชนชื่นชม
            ร้อยดวงใจของปวงข้าต่างมาลา                               เทิดบูชาอาลัยรักสุดขื่นขม
          แม้นในฝันเพียงได้เฝ้าถวายบังคม                             ก็สุขสมจำหลักใจไม่ลืมเลือน
            ขอรวมพลังตั้งจิตอธิษฐาน                                       หากมีญาณวิถีใดไร้สิ่งเสมือน
          ทรงทราบถึงความจงรักตรึงใจเตือน                          สุดแดนเดือนเป็นข้าบาททุกชาติเทอญ